Chaos Zero Nightmare เป็นเกม RPG แนว dark fantasy ที่ผสมระบบ roguelite กับการต่อสู้ด้วยการ์ด ทำให้การเลือกตัวละครมีผลต่อผลการเล่นมากกว่าเกมกาชาทั่วไป หลายคนจึงมองหา Tier List เพื่อช่วยตัดสินใจว่าควรดึงตัวไหนและควรอัปเกรดตัวไหนก่อน
บทความนี้จะพาไปดูว่า Chaos Zero Nightmare คือเกมอะไร เล่นยังไงเบื้องต้น ระบบตัวละครทำงานแบบไหน และมีปัจจัยอะไรที่ใช้จัดอันดับ Chaos Zero Nightmare Tier List
Chaos Zero Nightmare คืออะไร

อ้างอิง: BrandAnime
Chaos Zero Nightmare (ชื่อย่อ CZN) เป็นเกม RPG แนว dark fantasy พัฒนาโดย Super Creative ทีมเดียวกับที่สร้าง Epic Seven และให้บริการโดย Smilegate เล่นได้ทั้งบนมือถือ iOS, Android และบน PC
จุดที่ทำให้เกมนี้ต่างจากเกมกาชาสายจัดทีมทั่วไปคือโครงสร้างแบบ roguelite ผู้เล่นจะออกไปทำรอบสำรวจที่เรียกว่า Chaos Exploration แล้วค่อยๆ สร้างเด็คการ์ดขึ้นมาระหว่างรอบนั้น มีการเลือกอัปเกรดพิเศษที่เรียกว่า Epiphanies และมีการตัดสินใจเชิงเนื้อเรื่องแทรกอยู่ด้วย
Combatant กับ Partner ต่างกันยังไง
ตัวละครในเกมแบ่งเป็นสองประเภท Combatant คือตัวที่ลงสนามรบจริง มีระดับหายาก 4 ดาวและ 5 ดาว
ส่วน Partner คือตัวที่นำไปสวมให้ Combatant คล้ายการติดตั้งอาวุธในเกมอื่น มีตั้งแต่ 3 ดาวถึง 5 ดาว การจับคู่ Combatant กับ Partner จะปลดล็อกเอฟเฟกต์ synergy เฉพาะคู่ ซึ่งส่งผลต่อพลังทีมโดยรวม
เวลาอ่าน Tier List ควรดูให้ชัดว่าเป็นการจัดอันดับ Combatant หรือ Partner เพราะสองอย่างนี้ไม่ได้แทนกันได้ และเว็บส่วนใหญ่จะแยกตารางกัน
วิธีเล่นเกมเบื้องต้น
รอบการเล่นหลักคือการเข้า Chaos Exploration แล้วสู้เป็นด่านต่อเนื่อง ระหว่างทางจะได้เก็บการ์ดและอัปเกรดเพิ่มเข้าเด็ค การต่อสู้ใช้การ์ดเป็นตัวสั่งการ ไม่ใช่การกดสกิลอย่างเดียว ทำให้ลำดับการเล่นการ์ดและการต่อคอมโบมีผลจริง

อ้างอิง: GamerBraves
ระบบธาตุและจุดอ่อนของศัตรู
เกมมีคุณสมบัติ 5 แบบ ได้แก่ Passion, Void, Instinct, Order และ Justice จุดที่ต่างจากเกมอื่นคือคุณสมบัติเหล่านี้ไม่ได้แพ้ชนะกันเองแบบเป่ายิ้งฉุบ ตัวละครจึงไม่มีธาตุที่ถูกโจมตีแล้วเจ็บเป็นพิเศษ
สิ่งที่มีผลจริงคือศัตรูแต่ละตัวจะมี Weak Attribute กำหนดไว้ ถ้าโจมตีด้วยการ์ดที่ตรงกับจุดอ่อนนั้น จะสร้างความเสียหายและลด tenacity ได้มากกว่าปกติ
ระบบกาชาและ pity ที่ควรรู้ก่อนดึง
การดึงตัวในเกมเรียกว่า rescue โดยอัตราพื้นฐานของ 5 ดาวอยู่ที่ 1% และ 4 ดาวอยู่ที่ 6% ทุก 10 ครั้งจะการันตี 4 ดาวอย่างน้อยหนึ่งตัว ส่วน hard pity ของ 5 ดาวอยู่ที่ 70 ครั้ง และจะเริ่มมี soft pity เพิ่มโอกาสให้ตั้งแต่ครั้งที่ 58 เป็นต้นไป
ข้อดีที่ช่วยผู้เล่นสายฟรีมากคือ pity จะสะสมข้ามแบนเนอร์ประเภทเดียวกัน ไม่รีเซ็ตเมื่อแบนเนอร์จำกัดเวลาปิดลง นอกจากนี้ยังมีแบนเนอร์สำหรับผู้เล่นใหม่ที่การันตี 5 ดาวเมื่อดึงครบ 50 ครั้ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่คุ้มที่สุดสำหรับคนเพิ่งเข้าเกม
ระบบตัวละครและปัจจัยที่ใช้จัด Tier List
ก่อนดูตาราง ควรเข้าใจว่า Tier List ไม่ใช่การวัดพลังดิบของตัวละครเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการประเมินว่าตัวนั้นใช้งานได้กว้างแค่ไหนในเมต้าปัจจุบัน
คลาสและบทบาทในทีม
ตัวละครแบ่งตามคลาสการต่อสู้ เช่น
- Striker ที่เน้นคอมโบระยะประชิดและดาเมจก้อนใหญ่
- Ranger ที่ยิงระยะไกลได้ดาเมจสม่ำเสมอและมี AoE
- Psionic ที่เน้นเวทมนตร์และการควบคุม
- Vanguard ที่ทำหน้าที่แทงก์ด้วย DEF และ HP สูงพร้อมโล่
- Controller ที่คอยฮีล บัฟ เติม AP หรือเรียกตัวช่วย
โครงทีมที่ใช้ได้จริงมักประกอบด้วยตัวดาเมจหลัก ตัวแทงก์หรือ sub DPS และตัวซัพพอร์ตอย่างละหนึ่ง มากกว่าการเอาตัวเทียร์สูงสามตัวมารวมกันโดยไม่ดูบทบาท
ปัจจัยที่ทำให้ตัวละครขึ้นหรือลงเทียร์
ปัจจัยที่เว็บจัดอันดับส่วนใหญ่ใช้ร่วมกันมีประมาณนี้
- ใช้ได้กว้างแค่ไหน ตัวที่ลงได้เกือบทุกทีมมักได้เทียร์สูงกว่าตัวที่เก่งเฉพาะโหมด
- ต้องเซ็ตอัปยากไหม ตัวที่ต้องพึ่งอุปกรณ์เฉพาะหรือคู่ synergy เฉพาะจะถูกลดอันดับลง
- ทำงานร่วมกับเด็คการ์ดและ Epiphanies ในรอบ roguelite ได้ดีหรือไม่
- ครอบคลุมคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับกดจุดอ่อนศัตรูหรือเปล่า
- เป็น 4 ดาวที่หาได้ง่ายหรือ 5 ดาวจำกัดเวลา ซึ่งมีผลต่อความคุ้มค่าในทางปฏิบัติ
ข้อควรระวังที่มักไม่มีใครบอกคือ Tier List ของแต่ละเว็บไม่ตรงกันเสมอ ตัวอย่างที่ชัดคือ Nine ที่บางแหล่งจัดไว้ระดับสูงสุดเพราะทำได้ทั้ง DPS และแทงก์
ขณะที่บางแหล่งจัดลงมาหนึ่งขั้น หรือ Nia ที่ต่างกันถึงหลายเทียร์ระหว่างสองเว็บ เพราะเกณฑ์การให้น้ำหนักต่างกัน ควรใช้ตารางเป็นแนวทาง ไม่ใช่คำตัดสิน
ตาราง Chaos Zero Nightmare Tier List
ตารางด้านล่างสรุปจากการจัดอันดับ Combatant ที่อัปเดตช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2026 โดยเรียงเป็น 5 ระดับตามความน่าใช้งานในเมต้าปัจจุบัน
| Tier | ความสามารถโดยรวม | ตัวอย่างตัวละคร |
|---|---|---|
| SS (T0) | เข้ากับเมต้าปัจจุบันได้ดีที่สุด ลงได้แทบทุกทีมและมักเป็นตัวเลือกแรก | Heidemarie, Sereniel, Hugo, Cassius, Veronica, Narja, Selena, Nia |
| S (T1) | แข็งแรงมากและเซ็ตอัปง่าย ใช้ได้ในทีมส่วนใหญ่โดยไม่ต้องพึ่งเงื่อนไขพิเศษ | Nine, Tiphera, Orlea, Mei Lin, Rei, Diana, Adelheid, Beryl, Fei, Hilde, Haru, Tenebria, Renoa |
| A (T2) | ใช้ได้ดีแต่ต้องจัดทีมหรืออุปกรณ์ให้เข้าทาง เก่งเป็นบางสถานการณ์ | Kayron, Rin, Luke, Mika, Amir, Yuki, Chizuru, Rita, Magna |
| B (T3) | พอใช้เป็นตัวเสริมช่วงต้นเกม แต่จะถูกแทนที่เมื่อมีตัวเลือกดีกว่า | Khalipe, Owen, Maribell |
| C/D (T4) | ควรใช้เฉพาะตอนยังไม่มีทางเลือก ไม่คุ้มกับการลงทุนทรัพยากรระยะยาว | Tressa, Lucas |
อ้างอิง: Game8 และ Pocket Gamer
จุดเด่นของตัวละครที่ถูกพูดถึงบ่อย
Tiphera ถูกยกให้เป็นซัพพอร์ตที่ดีที่สุด เพราะเปิดทางให้จัดทีมได้หลายรูปแบบ
Nine เด่นที่ความยืดหยุ่น ทำได้ทั้งตัวออกดาเมจ
ตัวรับ Mei Lin เหมาะกับงานดาเมจเป้าหมายเดียว ใส่จุดอ่อน Passion ให้ศัตรูและบัฟเพื่อนร่วมทีมได้
Veronica ช่วยเรื่องการจั่วการ์ดและยังทำดาเมจต่อเนื่องจาก Ballista ได้ ส่วน Narja และ Rei ทำหน้าที่สายฮีลและบัฟ
ตัวละครที่โหดสำหรับมือใหม่และผู้เล่นสายเติม

อ้างอิง: AllClash
ตัวละครที่โหดสำหรับมือใหม่และผู้เล่นสายเติม ดังนี้
มือใหม่ควรเริ่มจากตัวไหน
ข่าวดีของสายฟรีคือตัวที่ใช้งานได้จริงหลายตัวเป็น Combatant ระดับ 4 ดาว ซึ่งหาได้ไม่ยาก เช่น
- Mika ที่เป็นซัพพอร์ต
- Maribell ที่เล่นได้ทั้งแทงก์และดาเมจ
- Lucas ที่เป็น AoE DPS
- Rei ที่เป็นซัพพอร์ตยืดหยุ่น
ชุดนี้พาผ่านเนื้อหาช่วงต้นถึงกลางเกมได้สบาย คุณสามารถใช้แบนเนอร์ผู้เล่นใหม่ที่การันตี 5 ดาวใน 50 ครั้งให้เต็มที่ก่อน แล้วค่อยเก็บทรัพยากรไว้ดึงแบนเนอร์จำกัดเวลาที่มีตัวตรงกับช่องว่างในทีม ไม่ควรดึงกระจายไปทุกแบนเนอร์เพราะ pity จะกระจายตามและไม่ถึงเป้าไหนเลย
ผู้เล่นระดับสูงและสายเติมควรโฟกัสอะไร
สำหรับคนที่มีทรัพยากรเยอะ ตัวระดับ SS (T0) อย่าง Heidemarie, Sereniel, Hugo หรือ Cassius คุ้มกับการดึงและอัปเกรดเต็มที่ เพราะครอบคลุมเนื้อหาได้กว้างและไม่ต้องรอเงื่อนไขพิเศษ
อีกจุดที่สายเติมมักได้เปรียบคือการมี Partner ระดับ 5 ดาวหลายตัวให้จับคู่ synergy ตรงกับ Combatant หลัก ซึ่งเป็นส่วนที่สายฟรีเข้าถึงได้ช้ากว่า การลงทุนใน Partner ที่เข้ากับตัวหลักจึงให้ผลชัดกว่าการเก็บ Combatant 5 ดาวเพิ่มอีกตัวที่ไม่ได้ใช้
เทคนิคจัดทีมและเลือกตัวละครให้เหมาะกับสถานการณ์
เนื่องจากศัตรูแต่ละตัวมี Weak Attribute ต่างกัน การจัดทีมที่ดีจึงเริ่มจากดูว่าด่านหรือบอสที่จะลงมีจุดอ่อนคุณสมบัติอะไร แล้วเลือกตัวที่ตรงกับจุดอ่อนนั้นเป็นดาเมจหลัก วิธีนี้ช่วยลดเวลาต่อสู้ได้มากกว่าการเอาตัวเทียร์สูงสุดลงทุกครั้ง
อ้างอิง: Just Jay
โครงทีมพื้นฐานที่ใช้ได้เกือบทุกด่าน
- ตัวดาเมจหลักที่คุณสมบัติตรงกับจุดอ่อนของศัตรูในด่านนั้น
- ตัวแทงก์หรือ sub DPS ที่ช่วยเพิ่มการป้องกันและดึงความเสียหาย
- ตัวซัพพอร์ตที่ฮีล บัฟ หรือใส่ดีบัฟให้ทีมอยู่รอดจนจบรอบ
เมื่อเข้ารอบ Chaos Exploration ให้เลือกการ์ดและ Epiphanies ให้ไปทางเดียวกับแผนทีม ถ้าตั้งใจเล่นสายดาเมจเป้าหมายเดียว ก็ไม่ควรเก็บการ์ด AoE กระจายจนเด็คไม่มีทิศทาง เพราะรอบแบบ roguelite จะตัดสินกันที่ความสอดคล้องของเด็คมากกว่าจำนวนตัวเลือก
ตัวละครที่ควรลงทุนอัปเกรดในระยะยาว
หลักที่ใช้ได้กับเกมกาชาแนวนี้คือตัวดาเมจหลักมักถูกตัวใหม่แซงเมื่อมีอัปเดต ส่วนตัวซัพพอร์ตที่ดีจะอยู่ในทีมได้นานกว่ามาก เพราะบัฟและการฮีลยังจำเป็นไม่ว่าเมต้าจะเปลี่ยนไปทางไหน การทุ่มทรัพยากรให้ซัพพอร์ตระดับ T0 และ T1 อย่าง Tiphera, Narja หรือ Rei จึงมักคุ้มกว่าในระยะยาว
อีกกลุ่มที่คุ้มคือตัวที่ยืดหยุ่นหลายบทบาทอย่าง Nine หรือ Sereniel เพราะเมื่อทีมขาดตำแหน่งไหนก็ยังปรับไปเติมได้ ในทางกลับกัน ตัวระดับ T3 และ T4 ควรใช้เท่าที่จำเป็นและไม่ควรเทวัสดุอัปเกรดจำนวนมากลงไป
สรุป
Chaos Zero Nightmare Tier List ช่วยให้เห็นภาพรวมว่าตัวไหนอยู่ในเมต้าและควรดึงตัวไหนก่อน แต่สิ่งที่ทำให้ผ่านเนื้อหาได้จริงคือการเข้าใจจุดอ่อนของศัตรู การจัดบทบาทในทีมให้ครบ และการเลือกการ์ดในรอบ roguelite ให้ไปทางเดียวกัน
สำหรับมือใหม่ให้เริ่มจากชุด 4 ดาวที่เข้าถึงง่ายและใช้แบนเนอร์ผู้เล่นใหม่ให้คุ้ม ส่วนคนที่มีทรัพยากรเยอะให้โฟกัสตัว T0 และ Partner ที่เข้ากับตัวหลัก เพราะเทียร์เปลี่ยนได้ทุกแพตช์ แต่ทีมที่จัดถูกหลักจะใช้ได้นานกว่า
